← Feed

Academy

Published:

รู้จักกับ เซดนา ดาวเคราะห์แคระที่ใช้เวลาถึง 12,000 ปีในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ

Author Avatar

Tao Pundit

Author

Last updated:

แชร์:
Header Image
การค้นพบหนึ่งที่ค่อนข้างสะเทือนวงการฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 21 คือการค้นพบวัตถุท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกลออกไป ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยเชื่อกันว่าว่างเปล่า วัตถุนั้นคือ 90377 Sedna หรือที่รู้จักกันในนาม เซดนา (Sedna) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในวัตถุที่อยู่ห่างไกลที่สุดที่เรารู้จัก
เซดนาได้รับการค้นพบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2003 โดยทีมนักดาราศาสตร์ซึ่งประกอบด้วย Michael E. Brown จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (Caltech), Chad Trujillo จากหอดูดาว Gemini และ David Rabinowitz จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University)
image

ภาพแสดงวงโคจรและขนาดของดาวเซดนาเทียบกับโลก ดวงจันทร์ และดาวพลูโต (Credit: International Gemini Observatory/NOIRLab/NSF/AURA))

ณ เวลาที่ค้นพบเซดนา มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 90 หน่วยดาราศาสตร์ ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลกว่าระยะห่างระหว่างดวงอาทิตย์กับโลกถึง 90 เท่า ภายหลังพบว่ามันโคจรเป็นวงรี และมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์มากสุดประมาณ 937 หน่วยดาราศาสตร์ หรือประมาณ 1.4 แสนล้านกิโลเมตร ด้วยระยะห่างขนาดนี้ทำให้เซดนาใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบนานถึง 11,388 ถึง 12,100 ปี เลยทีเดียว และกลายเป็นวัตถุที่อยู่ไกลที่สุดในระบบสุริยะเท่าที่เรารู้จักในเวลานั้น
อุณหภูมิพื้นผิวของดาวดวงนี้ถือว่าหนาวสุดขั้ว ทีมนักค้นพบจึงตระหนักว่าต้องใช้ชื่อที่สะท้อนถึงภาวะอันโหดร้าย หนาวเย็น และลี้ลับ ดังนั้นจึงข้ามการตั้งชื่อตามเทพปกรณัมกรีกและโรมัน แต่กลับตั้งตามตำนานของชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่หนาวเย็นที่สุดบนโลกแทน นั่นคือ “Sedna” ซึ่งเป็นพระนามของเทพีแห่งมหาสมุทรตามคติความเชื่อของชาวอินูอิต (Inuit) ชนพื้นเมืองที่ดำรงชีวิตอยู่ในแถบอาร์กติกอันรกร้าง
image

ภาพจำลอง Sedna จาก SpaceEngine

พื้นผิวของเซดนาปกคลุมด้วยสารอินทรีย์สีแดงเข้มที่เรียกว่าโธลินส์ (Tholins) ซึ่งเกิดจากมีเทนและอีเทนที่ถูกรังสีจากอวกาศย่อยสลายสะสมมานับพันล้านปี ข้อมูลจาก JWST ยืนยันว่ามีเทนดั้งเดิมถูกแปรสภาพจนหมดสิ้น เหลือเพียงน้ำแข็งอีเทน เอทิลีน อะเซทิลีน และ คาร์บอนไดออกไซด์ และเนื่องจากพื้นผิวมีสีสม่ำเสมอทั้งดวง เลยเชื่อได้ว่า Sedna แทบไม่เคยถูกอุกกาบาตพุ่งชนเลยนับตั้งแต่ก่อตัว ทำให้มันยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมจากยุคกำเนิดระบบสุริยะเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์
เซดนา มีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยอยู่ราว 906 ถึง 1,025 กิโลเมตร ด้วยขนาดดังกล่าวถึงประมาณได้ว่ามีมวลอยู่ที่ 1.8 ถึง 4.3 × 10²¹ กิโลกรัม และมีแรงโน้มถ่วงที่พื้นผิวเพียง 0.27 ถึง 0.50 m/s² ซึ่งน้อยกว่าโลกหลายสิบเท่า ส่งผลให้ความเร็วหลุดพ้นอยู่ที่เพียง 0.62 ถึง 0.95 กิโลเมตรต่อวินาทีเท่านั้น สิ่งที่น่าสนใจคือเซดนาหมุนรอบตัวเองเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดไว้ โดยใช้เวลาเพียง 10.273 ชั่วโมงต่อรอบ หักล้างทฤษฎีเดิมที่เชื่อว่าอาจหมุนช้าถึง 20-50 วัน พื้นผิวของมันสะท้อนแสงได้ในระดับปานกลางที่ค่าอัลบีโด 0.32 ถึง 0.41 และมีอุณหภูมิหนาวเย็นสุดขีดอยู่ที่เพียง 12 ถึง 35.6 เคลวิน หรือต่ำกว่า -240 องศาเซลเซียส สะท้อนให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายของดาวเคราะห์แคระดวงนี้
คำถามที่ใหญ่ที่สุดก็คือ “เซดนาไปอยู่ที่นั่นได้ยังอย่างไร” เพราะตามหลักฟิสิกส์แล้ว วัตถุขนาดนี้ไม่มีทางก่อตัวขึ้นในวงโคจรที่รีและห่างไกลขนาดนั้นได้ตั้งแต่แรก มันต้องเกิดใกล้ดวงอาทิตย์กว่านี้มากแล้วถูกอะไรบางอย่างกระชากออกไป
นักวิทยาศาสตร์มีคำอธิบายอยู่ 4 แนวทาง ตั้งแต่ดาวฤกษ์เพื่อนบ้านที่พุ่งเฉียดระบบสุริยะในยุคแรก ดาวเคราะห์ดวงที่เก้าที่ยังไม่มีใครพบ ดาวเคราะห์ที่ถูกดีดออกจากระบบสุริยะชั้นใน ไปจนถึงความเป็นไปได้ที่เซดนาอาจไม่ได้เป็นของระบบสุริยะตั้งแต่แรก แต่ถูกดวงอาทิตย์จับตัวมาจากระบบดาวดวงอื่น ซึ่งทั้งหมดนี้ยังไม่มีใครทราบคำตอบที่แน่ชัด
สรุป
เซดนาไม่ใช่แค่วัตถุท้องฟ้าอีกดวงในระบบสุริยะ แต่มันคือปริศนาที่ท้าทายความเข้าใจของเรา ตั้งแต่ที่มา องค์ประกอบ ไปจนถึงสิ่งที่มันบอกเราเกี่ยวกับอดีตของระบบสุริยะ
พื้นผิวที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงมานับพันล้านปีทำให้เซดนาเปรียบเสมือนแคปซูลกาลเวลาที่แช่แข็งเอาไว้ตั้งแต่ยุคกำเนิดของระบบสุริยะ ขณะที่วงโคจรอันพิสดารของมันชี้ให้เห็นว่าครั้งหนึ่งระบบสุริยะของเราต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่รุนแรงและยิ่งใหญ่กว่าที่เราเคยจินตนาการไว้มาก ไม่ว่าจะเป็นการพุ่งเฉียดของดาวฤกษ์ดวงอื่น อิทธิพลของดาวเคราะห์ที่ยังซ่อนตัวอยู่ หรือแม้แต่ต้นกำเนิดที่อาจไม่ใช่ของระบบสุริยะเราตั้งแต่แรก
ทุกคำถามที่เซดนาทิ้งไว้ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้มันมีคุณค่าที่สุด เพราะการไขปริศนาของดาวดวงเดียวในขอบระบบสุริยะ อาจนำไปสู่การเขียนประวัติศาสตร์การกำเนิดดวงอาทิตย์และระบบสุริยะของเราขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเลยก็เป็นได้

สำรวจหัวข้ออื่น ๆ ในทุกหมวดหมู่

← กลับไปหน้า Feed

ไม่อยากพลาดอัปเดตจากเต่าบัณฑิต?

สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ Discord ของเรา หรือกดติดตามเพจ Facebook เพื่อรับข่าวสารและกิจกรรมใหม่ ๆ จากชมรมเต่าบัณฑิต!

Yanisa with Tablet